คิดว่าคงไม่มีใครแทบไม่รู้จักเครื่องปรุงสีเขียวเผ็ดจี๊ดจ๊าดขนาดขึ้นถึงสมองในจานอาหารญี่ปุ่น

ที่ชื่อ "วาซาบิ" [ Wasabi ] ใช่มั้ยคะ

 

วาซาบิที่เราเห็นหรือกินเนี่ย...ลักษณะต้นของมันเป็นหัวคล้ายไชเท้า แต่มีผิวตะปุ่มตะป่ำเหมือนบอระเพ็ด เป็นสีเขียวอ่อนๆ กลิ่นฉุน แต่ทานเข้าไปสักพักจะรู้สึกหวานและขม

(( ต้นวาซาบิหน้าตาของมันจะเป็นแบบนี้ค่ะ ))


(( พอมาเปรียบเทียบกับไชเท้ากับบอระเพ็ดแล้ว
เหมือนเจ้าวาซาบิเนี่ยเป็นลูกครึ่งเลยนะคะ...ฮา ))
 
 

วิธีการนำำต้นวาซาบิมาทำทานแบบที่เห็นๆ เราใช้ส่วนลำต้นของมันค่ะ โดยนำมาฝนกับเครื่องฝนเหงือกปลาฉลาม หรือที่เรียกว่า  "วาซาบิ โอโรชิ" [ Wasabi Oroshi ] ซึ่งจะมีปุ่มขนาดเล็กๆทำให้วาซาบิละเอียดจนมีลักษณะคล้ายครีมสีเขียวแบบที่เห็นๆกันค่ะ

 (( นี่ล่ะค่ะ...เครื่องฝนเหงือกปลาฉลามที่ว่า... ))


(( วิธีำการฝนวาซาบิค่ะ ถ้าจะใช้แรงน่าดู...? ))
 
 

การเพาะปลูกวาซาบินั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ เพราะต้องปลูกในที่โล่งและต้องจำกัดปริมาณแสงแดดด้วย เนื่องจากแหล่งเพาะปลูกมีจำกัดที่เขต ชิมิทซึ จึงทำให้ราคาวาซาบิค่อนข้างสูงพอตัว ราคาตกต้นละ 700-800 บาท ( ตามขนาดต้น ) ในประเทศไทยมีแค่ภัตตาคารใหญ่ๆมีชื่อเสียงหรือโรงแรมบางแห่งเท่านั้นที่ใช้ต้นวาซาบิสดๆมาทำวาซาบิเครื่องเคียงอาหารญี่ปุ่น เพราะต้องนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น

(( ไร่วาซาบิค่ะ...ดูเหมือนสวนผักบ้านเราเปี้ยบ ))

 

 

ส่วนร้านอาหารทั่วไปจะใช้วาซาบิเทียมที่เป็นผงสีเขียว ทำมาจากฮอร์สแรดิชและผงมัสตาร์ด แป้งและสีผสมอาหาร นำมาผสมน้ำเย็นทิ้งไว้ชั่วครู่ก็จะมีหน้าตาเหมือนกับวาซาบิสดๆเปี้ยบแต่ความฉุนจะหายไปเร็วกว่า และกลิ่นและรสจะฉุนกว่ากัน

(( ผงวาซาบิที่มีขายเป็นแพ็คๆตามห้างสรรพสินค้าทั่วไำปค่ะ ))
 

 
ปัจจุบันนี้มีการนำวาซาบิมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆมากมาย ไม่ว่าจะผสมลงไปในมันฝรั่งทอด , ข้าวเกรียบ , ไข่กุ้ง หรือแม้แต่ไิอศกรีมนับว่าเ็ป็นการแปรรูปที่ค่อนข้างแปลกแหวกแนวทีเดียว
 
(( ไอศกรีมวาซาบิ สีสันน่าทานจริงๆ แต่รสชาติ...? ))
 

 
สรรพคุณของวาซาบินอกเหนือจากดับกลิ่นคาวและทำให้อาหารอร่อยยังมีอีกมากมายค่ะ เช่น มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคและแบททีเรียบางชนิด , กำจัดพยาธิในปลาเมื่อผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารของมนุษย์ , ต่อต้านมะเร็ง , ป้องกันเส้นเลือดอุดตัน , ป้องกันฟันผุ , กระตุ้นในการสร้างภูมิคุ้มกัน ฯ

สรรพคุณมากมายขนาดนี้เห็นทีคนที่ไม่ชอบทานวาซาบิคงต้องพิจารณากันใหม่แล้วนะคะ ^^
 
(( เครดิต :  ห่าน , เว็บไซต์วิกิพีเดียอังกฤษ-ไทย , หนังสือคอนนิจิวะเจแปน ))

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มันมีต้นนี้ด้วยเหรอ =_+

#1 By นู๋ผักบุ้ง (61.7.182.234) on 2008-08-04 23:58

น่าเอาต้นมาทะลวงคอให้หายคัน

#2 By TheT (118.174.206.216) on 2008-08-05 00:01

เกลียดวาซาบิ ขึ้นสมอง สยองนังก๋อม

#3 By ก๋อม (118.174.72.250) on 2008-08-05 00:05

มันเป็นแบบนี้เองหรอ

#4 By Blueberry (61.90.249.246) on 2008-08-05 00:52

น่าเอามาปลูกที่ไทยส่งขายญี่ปุ่น
พื้นที่เราเหลือเยอะ

#5 By WhiteMapleS on 2008-08-05 08:57

โห้ สุดยอด

ไม่เคยเห็นหน้าตาลำต้นมันเลยนะเนี่ย

#6 By F_sila (61.7.165.176) on 2008-08-05 13:10

เห็นแล้วก็อยากกินข้าวปั้นขึ้นมาทันที

ว่าแต่ว่าไอติมรสวาซาบินี่ กินแล้วจะจี๊ดขึ้นสมองมั้ยเนี่ย

#7 By dada (58.9.136.24) on 2008-08-05 13:14

กินยังไงก็ไม่อร่อย..

ฉุนเกิน.. รับไม่ได้ sad smile

#8 By ปัง (125.25.90.228) on 2008-08-05 13:21

อยากปลูกวาซาบิจัง...

#9 By Kultraman (125.25.90.228) on 2008-08-05 13:29

เกลียดวาซาบิมากๆ sad smile

#10 By 7XIN (58.8.199.120) on 2008-08-05 14:21

กินมาตั้งนาน เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าต้นมันน่าตาเป็นงี้

วาซาบิอาจจะมีประโยชน์หลายอย่าง แต่ที่แน่ๆ นะ เวลาไม่คัดจมูกนะ แนะนำว่ากินวาซาบิจิ แล้วจะโล่ง (+ อาการน้ำตาไหลพรากไปด้วยนะ 555+)

#11 By fayya (124.121.159.158) on 2008-08-05 14:46

เพิ่งเคยเห็นต้นวาซาบิ 555
แต่ปกติเป็นคนไม่กินวาซาบิอยู่แล้ว

#12 By ต้นปาล์ม on 2008-08-05 14:55

โอ้ เป็นแบบนี้นี่เอง

ไอติมวาซาบิขอผ่านค่า

#13 By 「nA✿mae」 on 2008-08-05 16:31

embarrassed cry double wink wink surprised smile

#14 By (118.173.79.121) on 2009-07-04 13:08

เขาใช่รากไม่ใช้หรอครับแล้วต้องอยู่ในที่ที่มีอากาศเย็น
นาคราบบบ มะใช้แบบนี้ 9/8นี้คือวาซาบิที่ได้มาตรฐาน
คราบบบบบบบบ

#15 By โอค (124.120.219.140) on 2009-12-09 19:40