# โคฟุ ( เมืองก้นกะทะ )

posted on 06 Aug 2008 14:46 by gackt-goose
 
มาตอบคำถามค่ะ!!!
 

โคฟุ [ Kofu ] คือ เมืองหลวงของ ยามานาชิ [ Yamanashi ] ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ปี 2006 ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู [ Honshu ] ซึ่งเราจะเรียกเมืองโคฟุว่าเป็นเมืองก้นกะทะก็ว่าได้ค่ะ เพราะมันถูกปิดล้อมด้วยภูเขาโดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิ [ Fujiyama]

(( ดูจากแผนที่ค่ะ...จะเห็นชัดเจนว่าถูกห้อมล้อมด้วยภูเขาและป่าไม้ ))

 
(( ซูมเข้ามาชัดๆ...นี่คือระยะทางจากเมืองคูฟุกับภูเขาไฟฟูจิค่ะ ))
 
 
(( ภาพถ่ายแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเมืองนี้ถูกโอบด้วยภูเขาและป่าไม้จริงๆ ))
 

แถมให้ค่ะ...

เมื่องนี้ถูกโอบอุ้มด้วยประวัติศาสตร์โดดเด่นเรื่องของ ทา้เคดะ ชินเง็น [ Takeda Shingen ] เป็นไดเมียวที่มีชื่อเสียงมาก ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีความโดดเด่นเรื่องอุตสาหกรรมเครื่องประดับจึงมีพิพิธภัณฑ์อัญมณีตั้งอยู่ด้วย นอกจากนี้เมืองโคฟุยังมีป่าไม้และภูเขาที่ค่อนข้่างอุดมสมบูรณ์ ทิวทัศน์จึงค่อนข้างสวยงาม มีสินค้าขึ้นชื่อ คือ ไวน์ ค่ะ

(( อนุสาวรีย์ทาเคดะ ชินเง็น ค่ะ ))

 

 
 

 ปล. เรื่องโอมสิริเคียวนี่ไม่คุ้นเท่าไร ไว้จะไปหาข้อมูลมาให้ในภายหลังนะคะ

(( เครดิต : ห่าน , เว็บไซต์วิกิพีเดียอังกฤษ-ไทย ))

คิดว่าคงไม่มีใครแทบไม่รู้จักเครื่องปรุงสีเขียวเผ็ดจี๊ดจ๊าดขนาดขึ้นถึงสมองในจานอาหารญี่ปุ่น

ที่ชื่อ "วาซาบิ" [ Wasabi ] ใช่มั้ยคะ

 

วาซาบิที่เราเห็นหรือกินเนี่ย...ลักษณะต้นของมันเป็นหัวคล้ายไชเท้า แต่มีผิวตะปุ่มตะป่ำเหมือนบอระเพ็ด เป็นสีเขียวอ่อนๆ กลิ่นฉุน แต่ทานเข้าไปสักพักจะรู้สึกหวานและขม

(( ต้นวาซาบิหน้าตาของมันจะเป็นแบบนี้ค่ะ ))


(( พอมาเปรียบเทียบกับไชเท้ากับบอระเพ็ดแล้ว
เหมือนเจ้าวาซาบิเนี่ยเป็นลูกครึ่งเลยนะคะ...ฮา ))
 
 

วิธีการนำำต้นวาซาบิมาทำทานแบบที่เห็นๆ เราใช้ส่วนลำต้นของมันค่ะ โดยนำมาฝนกับเครื่องฝนเหงือกปลาฉลาม หรือที่เรียกว่า  "วาซาบิ โอโรชิ" [ Wasabi Oroshi ] ซึ่งจะมีปุ่มขนาดเล็กๆทำให้วาซาบิละเอียดจนมีลักษณะคล้ายครีมสีเขียวแบบที่เห็นๆกันค่ะ

 (( นี่ล่ะค่ะ...เครื่องฝนเหงือกปลาฉลามที่ว่า... ))


(( วิธีำการฝนวาซาบิค่ะ ถ้าจะใช้แรงน่าดู...? ))
 
 

การเพาะปลูกวาซาบินั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ เพราะต้องปลูกในที่โล่งและต้องจำกัดปริมาณแสงแดดด้วย เนื่องจากแหล่งเพาะปลูกมีจำกัดที่เขต ชิมิทซึ จึงทำให้ราคาวาซาบิค่อนข้างสูงพอตัว ราคาตกต้นละ 700-800 บาท ( ตามขนาดต้น ) ในประเทศไทยมีแค่ภัตตาคารใหญ่ๆมีชื่อเสียงหรือโรงแรมบางแห่งเท่านั้นที่ใช้ต้นวาซาบิสดๆมาทำวาซาบิเครื่องเคียงอาหารญี่ปุ่น เพราะต้องนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น

(( ไร่วาซาบิค่ะ...ดูเหมือนสวนผักบ้านเราเปี้ยบ ))

 

 

ส่วนร้านอาหารทั่วไปจะใช้วาซาบิเทียมที่เป็นผงสีเขียว ทำมาจากฮอร์สแรดิชและผงมัสตาร์ด แป้งและสีผสมอาหาร นำมาผสมน้ำเย็นทิ้งไว้ชั่วครู่ก็จะมีหน้าตาเหมือนกับวาซาบิสดๆเปี้ยบแต่ความฉุนจะหายไปเร็วกว่า และกลิ่นและรสจะฉุนกว่ากัน

(( ผงวาซาบิที่มีขายเป็นแพ็คๆตามห้างสรรพสินค้าทั่วไำปค่ะ ))
 

 
ปัจจุบันนี้มีการนำวาซาบิมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆมากมาย ไม่ว่าจะผสมลงไปในมันฝรั่งทอด , ข้าวเกรียบ , ไข่กุ้ง หรือแม้แต่ไิอศกรีมนับว่าเ็ป็นการแปรรูปที่ค่อนข้างแปลกแหวกแนวทีเดียว
 
(( ไอศกรีมวาซาบิ สีสันน่าทานจริงๆ แต่รสชาติ...? ))
 

 
สรรพคุณของวาซาบินอกเหนือจากดับกลิ่นคาวและทำให้อาหารอร่อยยังมีอีกมากมายค่ะ เช่น มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคและแบททีเรียบางชนิด , กำจัดพยาธิในปลาเมื่อผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารของมนุษย์ , ต่อต้านมะเร็ง , ป้องกันเส้นเลือดอุดตัน , ป้องกันฟันผุ , กระตุ้นในการสร้างภูมิคุ้มกัน ฯ

สรรพคุณมากมายขนาดนี้เห็นทีคนที่ไม่ชอบทานวาซาบิคงต้องพิจารณากันใหม่แล้วนะคะ ^^
 
(( เครดิต :  ห่าน , เว็บไซต์วิกิพีเดียอังกฤษ-ไทย , หนังสือคอนนิจิวะเจแปน ))